ไขข้อสงสัยกับ 10 ความเข้าใจผิด ๆ ในการสมัครเข้าเรียน US & UK

24/11/20234 minute read
ไขข้อสงสัยกับ 10 ความเข้าใจผิด ๆ ในการสมัครเข้าเรียน US & UK

ข้อที่ 1: สถาบันที่ดีที่สุดต้องอยู่ในอันดับที่สูงที่สุด

สำหรับการจัดอันดับของสถาบันการศึกษา แต่ละระบบหรือสถาบันจัดอันดับจะมีการจัดอันดับโดยการใช้วิธีการและตัวชี้วัดที่แตกต่างกันไป วิธีการในการชี้วัดดังกล่าวจึงส่งผลต่อผลลัพธ์ที่ได้ออกมา การจัดอันดับจึงไม่ได้มีความจำเป็นมากต่อการพิจารณาในการเลือกสถาบันที่ดีที่สุด

ข้อที่ 2: สถาบันที่เหมาะสำหรับคุณมีเพียงแค่สถาบันเดียวเท่านั้น

เป้าหมายหลักของคุณคือ การมองหาสถาบันที่ตอบโจทย์กับตัวคุณมากที่สุดที่มาจากการหาข้อมูลความเป็นไปได้ต่าง ๆ ศึกษาข้อมูลมหาวิทยาลัยหลาย ๆ แห่งหรือหาโอกาสเข้าไปเยี่ยมชมสถาบันที่คุณสนใจ เพื่อนำไปประกอบการตัดสินใจ จากแง่มุมต่าง ๆ เพื่อตอบโจทย์ทั้งต่อตัวคุณและครอบครัว

ข้อที่ 3: คะแนนสอบ ACT และ SAT สำคัญที่สุด

ก็จริงอยู่ที่คะแนนสอบต่าง ๆ จำเป็นต่อการเข้าศึกษาในสถาบันที่มีการแข่งขันสูงหลาย ๆ แห่งในสหรัฐ แต่อย่าลืมว่าผลการสอบเป็นแค่ส่วนนึงในการสมัครเข้าเรียน ซึ่งการฝึกฝน และการเตรียมตัวอย่างดีสามารถช่วยทำให้คะแนนสอบดีขึ้นได้ แต่สถานศึกษาบางที่ ก็เริ่มมีการปรับเปลี่ยนให้ผลสอบเป็นแบบ “ไม่บังคับยื่น หรือ Test-optional” ในกรณีที่จะใช้คะแนนสอบยื่นเพื่อรับทุนการศึกษาในสหรัฐ นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลที่บ่งชี้ให้เห็นอีกว่า ผู้เรียนที่มีคะแนน ACT หรือ SAT สูง แล้วนำไปยื่นสมัครในสถาบันชั้นนำจะมีโอกาสสูงในการได้เข้าเรียน มหาวิทยาลัยชั้นนำต่าง ๆ มีนักเรียนที่มีคะแนนสอบ SAT และ ACT ที่ยอดเยี่ยมและเกรดเฉลี่ยมัธยมศึกษาที่สูงมากพอที่สามารถเข้าศึกษาในภาคการศึกษาใหม่เกือบทุกปี

ข้อที่ 4: คะแนนสอบ ACT และ SAT ไม่จำเป็น

ตามหลักแล้วคะแนน SAT และคะแนน ACT เป็นข้อสอบวัดระดับหลักที่สถาบันการศึกษาในสหรัฐส่วนใหญ่กำหนดเป็นหนึ่งในเกณฑ์การสมัคร แต่ก็ยังมีการพิจารณาโดยการใช้ข้อสอบวิชาเฉพาะในบางกรณีเช่นกัน และข้อสอบเฉพาะดังกล่าวอาจจะเป็นส่วนช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าเรียนต่อในสถาบันที่คุณต้องการอีกด้วย อย่างแบบทดสอบวิชาเฉพาะ SAT (SAT IIs) เป็นแบบทดสอบวิชาเฉพาะที่ใช้เวลาทำ 1 ชั่วโมง ซึ่งออกข้อสอบโดยองค์กรเดียวกับที่ออกข้อสอบ SAT

ข้อที่ 5: หาก GPA ไม่สูงพอ ก็ไม่มีโอกาสได้เข้าเรียน

เกรดเฉลี่ยเป็นเพียงปัจจัยสำคัญหนึ่งที่ถูกใช้ควบคู่ไปกับปัจจัยอื่น ๆ เพราะระบบการคำนวณเกรดในแต่ละระบบการศึกษามีนั้นแตกต่างกัน หลาย ๆ มหาวิทยาลัยจึงมีการพิจารณาตัวชี้วัดอื่น ๆ ในการรับนักเรียนด้วย เช่น กิจกรรมนอกชั้นเรียนและโปรเจกต์เพื่อสังคมต่าง ๆ

ข้อที่ 6: หากส่งเรียงความควบคู่กับใบสมัคร เรียงความนั้นจะต้องสมบูรณ์แบบ

สิ่งที่สำคัญกว่าความสมบูรณ์แบบคือเรียงความของคุณจะต้องสะท้อนถึงตัวตนความเป็นคุณ มากกว่าการเขียนในสิ่งที่กรรมการฝ่ายรับสมัครอยากรู้ จงเป็นตัวของตัวเอง อย่าพยายามเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของคุณ เหมือนกับที่คุณ Gabe Gladstein รองประธานฝ่าย Product Development ของ Crimson Education ได้กล่าวไว้ว่า “เรียงความที่ดีที่สุดคือการเล่าบทเรียนความยากลำบาก ที่ผู้เขียนได้เรียนรู้ผ่านความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างตัวผู้เขียนกับคนใกล้ชิด”

ข้อที่ 7: ยิ่งเรซูเม่คุณยาวเท่าไหร่ ยิ่งทำให้กรรมการฝ่ายรับสมัครสนใจมากขึ้น

คุณควรให้ความสำคัญกับคุณภาพมากกว่าปริมาณของตัวเรซูเม่ และยังมีข้อควรพิจารณาอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น การเติบโตตามช่วงเวลา การแสดงถึงความเป็นผู้นำ การแสดงให้เห็นว่ากิจกรรมอะไรมีความหมายต่อชีวิตของคุณ

ข้อที่ 8: คุณควรเลือกสาขาวิชาที่อยากเรียนก่อนสมัครเข้าเรียน

เมื่อพูดถึงสถาบันการศึกษาโดยเฉพาะในสหรัฐ ผู้เรียนสามารถเข้าเรียนจนถึงชั้นปีที่ 2 ก่อนจะเลือกสาขาวิชาที่อยากเรียน ผู้เรียนอาจต้องการเลือกมหาวิทยาลัยที่มีสาขาวิชาหลากหลายเพื่อการตัดสินใจ

ข้อที่ 9: อย่าสมัครเรียนจนกว่าคุณจะได้เข้าไปเยี่ยมชมสถานที่จริง

อย่าให้ข้อจำกัดดังกล่าวจำกัดตัวผู้เรียนในการเลือกสถาบันการศึกษา อย่าลืมว่าเราสามารถเยี่ยมชมแบบเสมือนจริง (Virtual Tour) หรือการสื่อสารผ่านทางอีเมลกับเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยก็สามารถช่วยให้คุณเห็นภาพรวมได้เช่นกัน

ข้อที่ 10: สถาบันการศึกษาใน USA นั้นแพงเกินไปที่จะเข้าเรียนได้

ในมหาวิทยาลัยที่สหรัฐอเมริกา มักมีการช่วยเหลือทางการเงินหลายรูปแบบที่ช่วยให้ผู้เรียนอาจจะจ่ายค่าเล่าเรียนถูกกว่าในประเทศตัวเอง โดยปกติแล้วจำนวนเงินสมทบที่ผู้เรียนจะได้รับ จะขึ้นอยู่กับรายได้ของครอบครัวของผู้เรียน ยิ่งครอบครัวของผู้เรียนมีรายได้มากเท่าไหร่ ค่าใช้จ่ายในมหาวิทยาลัยก็จะสูงขึ้นเช่นกัน

มหาวิทยาลัยเอกชนส่วนใหญ่จะมีราคาที่ถูกกว่ามหาวิทยาลัยรัฐบาล เนื่องจากจำนวนเงินที่มหาวิทยาลัยเอกชนสามารถช่วยเหลือได้มากกว่า แม้ว่าผู้เรียนจะไม่ได้รับความช่วยเหลือทางการเงินจากสถาบันในฝันมากนัก แต่ก็ยังมีทุนการศึกษาและการกู้ยืมที่ผู้เรียนสามารถสมัครได้ จึงทำให้การเข้าเรียนในสหรัฐ มีราคาไม่แพงมาก


คุณจะมีความพร้อมในการเลือกมหาวิทยาลัยที่สุด ก็ต่อเมื่อคุณสามารถเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ การค้นหาสถาบันการศึกษาที่ใช่ที่สุดมักขึ้นอยู่กับความต้องการและตัวตนของคุณ รวมไปถึงการเข้าใจในตัวตนและปัจจัยต่าง ๆ ที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างโปรไฟล์ใบสมัครที่จะสามารถแข่งขันกับนักเรียนคนอื่น ๆ จากทั่วโลกได้ ที่ Crimson Education เราให้คำปรึกษากับนักเรียนจากทั่วโลกในเรื่องการสมัครเข้าเรียนในสถาบันการศึกษาชั้นนำของโลก เราพร้อมเป็นที่ปรึกษาของคุณที่จะช่วยแนะนำแนวทางการเตรียมความพร้อมการสมัครที่ครอบคลุมทุกขั้นตอนและกระบวนการ เพื่อเป้าหมายของคุณในการเลือกสิ่งที่ดีที่สุด

What Makes Crimson Different

Crimson students are 7x more likely to gain acceptance to their dream college!

Remember, you don't have to navigate this journey alone. Crimson provides a comprehensive suite of services, from academic mentoring and test prep to essay assistance, extracurricular guidance, and career mentoring, ensuring a holistic approach to your college preparation journey.